แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Hanako5

หน้า: [1] 2 3 ... 43
1
ไทยดึงความร่วมมือญี่ปุ่น เร่งขับเคลื่อนฟื้นฟูศก.ภาคอุตสาหกรรม คาดสร้างมูลค่ากว่าหมื่นลบ.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือแนวทางเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ร่วมกับ นายฮากิอูดะ โคอิจิ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสมาเยือนประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางการรองรับกับความเปลี่ยนแปลงและผันผวนที่เกิดขึ้น โดยการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ร่วมกับนโยบายการลงทุนเอเชีย-ญี่ปุ่นเพื่ออนาคต (ASIA-Japan Investing for the Future Initiative : AJIF) โดยกำหนดเป็นกรอบความร่วมมือภายใต้ชื่อ Framework Document on Co-Creation for Innovative and Sustainable Growth ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การสร้างขีดความสามารถในทุนมนุษย์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการกระตุ้นการเติบโตให้กับ SME และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง เพื่อผลักดันการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น ใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน สร้างความเชื่อมโยง และพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค รวมถึงแลกเปลี่ยนศักยภาพที่โดดเด่นของทั้งไทยและญี่ปุ่นเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในมิติต่าง ๆ ร่วมกัน

สำหรับแนวทางการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ Framework Document on Co-Creation for Innovative and Sustainable Growth จะมีใน 3 ด้าน ดังนี้

1. ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและการสร้างขีดความสามารถในทุนมนุษย์เป็นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ การเดินอากาศ โลจิสติกส์ ดิจิทัล ศูนย์กลางด้านสุขภาพ อุตสาหกรรมชีวภาพ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อส่งเสริมการร่วมกันสร้างเพื่อการพัฒนาเชิงนวัตกรรมอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้สำหรับวิศวกรในโรงงานอัจฉริยะ

2.ด้านการเร่งพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นการร่วมมือกับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคตสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย ในการแนะนำการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ เชื่อมโยงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระหว่างไทยและญี่ปุ่นผ่านความร่วมมือต่าง ๆ เช่น การจับคู่ธุรกิจ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นต้น

3.ด้านการร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทาน เป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและมีความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปรับปรุงคุณภาพและมูลค่าของห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานหมุนเวียนและสีเขียว

"การดึงความร่วมมือจากประเทศที่มีความเชี่ยวชาญถือเป็นแนวทางที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับการแก้ปัญหาภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากสามารถหยิบยกสิ่งที่ประสบความสำเร็จ หรือจุดแข็งต่าง ๆ มาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงที"
สำหรับในส่วนของประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นพันธมิตรของไทยมาอย่างยาวนานนั้น ไทยมีความมุ่งหวังที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนามาสร้างขีดความสามารถให้อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยต่อเนื่องถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว อีกทั้งยังต้องการที่จะยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ทั้งที่เป็นแรงงาน กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี รวมทั้งผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs ที่ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันกับบริบทโลกที่ปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีโครงการความร่วมมือกับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น อาทิ

โครงการจัดตั้งศูนย์ต้นแบบการจัดการซากยานยนต์แบบครบวงจรในประเทศไทย หรือ โครงการ "Establishment of Comprehensive End-of-Life Vehicles (ELVs) Management System in Thailand"การกำจัดขยะรถยนต์ไทยกำลังประสบปัญหาอย่างมาก โครงการ "การศึกษาเพื่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน" ร่วมกับการนิคมฯ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งจะช่วยตอบโจทย์นโยบาย BCG ของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี
โครงการ Lean Automation System Integrator LASI (ลาซี่), โครงการ Lean IoT Plant Management and Execution LIPE (หลีเป๊ะ) และโครงการ Smart Monosukuri (สมาร์ท โมโนซูกุริ) ที่เข้ามาพัฒนาศักยภาพบุคลากรยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เป็น SI (System Integrator) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่โรงงานอัจฉริยะที่ทันสมัย ด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติ AI IoT ซึ่งเป็นกลไกในการเพิ่มศักยภาพการผลิต
นายสุริยะ กล่าวว่า แม้ในปี 2564 ที่ผ่านมาจะเกิดภาวะวิกฤตที่อาจส่งผลกระทบในด้านความเชื่อมั่น แต่ญี่ปุ่นยังคงเป็นคู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย โดยจากการศึกษาข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่าแหล่งที่มาของมูลค่าเงินลงทุนในโครงการต่างชาติที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนมาจากญี่ปุ่นคิดเป็น 19% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด

ทั้งนี้ มูลค่าเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ (เงินลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป) อาทิ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมี (PET Resin)มูลค่า 3,062 ล้านบาท กิจการผลิตด้ายหรือผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ มูลค่า 2,597 ล้านบาท กิจการวิจัยและพัฒนา (การผลิตที่ใช้เซลล์จุลินทรีย์ เซลล์พืช และเซลล์) มูลค่า 1,990 ล้านบาท กิจการผลิตตลับลูกปืนสำหรับยานพาหนะ มูลค่า 1,680 ล้านบาท และในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับ การส่งเสริมมากที่สุด 125 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 67,817 ล้านบาท

"ประเด็นสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะมีการผลักดันร่วมกันมากขึ้น คือ เรื่องการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรอบของ BCG ซึ่งเป็นนโบายสำคัญของรัฐบาล โดยนักลงทุนมองการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ส่วนโครงการที่สำคัญที่สุด คือ กรอบความร่วมมือเรื่องการลดภาวะโลกร้อน เช่น การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเองก็พยายามผลักดันภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายให้ร่วมมือกัน อย่างไรก็ดี ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว โดยวันนี้มีการลงนามระหว่างองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น และสถาบันยานยนต์ โดยมองว่าความร่วมมือทั้งหมดในครั้งนี้ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท" นายสุริยะ กล่าว
ด้านนายฮากิอูดะ โคอิจิ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การร่วมมือกับประเทศไทยเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ถือเป็นการเสริมสร้างการลงทุน และความมั่นคงระหว่างทั้งสองประเทศ ในขณะเดียวกันกรอบการลงนามในครั้งนี้ ยังตรงกับเป้าหมายของรัฐบาลญี่ปุ่น คือ นโยบายการลงทุนเอเชีย-ญี่ปุ่นเพื่ออนาคต (ASIA-Japan Investing for the Future Initiative : AJIF) ด้วย

2
นายกฯอังกฤษขอโทษกลางสภา ปมจัดปาร์ตีที่บ้านพักขณะล็อกดาวน์ปี 63

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกและกล่าวขอโทษ กรณีเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บ้านพักเมื่อเดือนพ.ค. 2563 ซึ่งขณะนั้นอังกฤษอยู่ในช่วงล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

"ผมรู้ดีว่าประชาชนรู้สึกโกรธเคืองรัฐบาลที่ผมเป็นผู้นำ เมื่อรู้ว่าแม้แต่ที่บ้านพักของนายกฯ เองก็ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎอย่างถูกต้องตามกฎที่ตั้งขึ้นมา"
นายจอห์นสันกล่าวต่อรัฐสภาด้วยใบหน้าถอดสี ก่อนจะเอ่ยว่า "ผมขออภัยอย่างสุดซึ้ง"
นายจอห์นสันกล่าวว่าเขารู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง และคิดว่าการรวมกลุ่มนี้เป็นเรื่องการทำงาน โดยเขากล่าวว่า "ผมเข้าไปในสวนหลังหกโมงเย็นของวันที่ 20 พ.ค. 2563 เพื่อขอบคุณกลุ่มเจ้าหน้าที่ก่อนกลับไปที่ห้องเพื่อทำงานต่อในอีก 25 นาทีหลังจากนั้น" แต่คำแก้ตัวของนายจอห์นสันได้สร้างความขบขันให้กับพรรคฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ บรรดาผู้นำพรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายจอห์นสันลาออก ขณะที่ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมในสกอตแลนด์เป็นบุคคลแรกในพรรครัฐบาลที่กล่าวว่า นายจอห์นสันควรลาออก

นายเคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคแรงงานกล่าวว่า ประชาชนซึ่งเทคะแนนเลือกตั้งให้นายจอห์นสันชนะอย่างถล่มทลายเมื่อเดือนธ.ค.2562 หลังจากที่เขาสัญญาว่าจะรักษาเสถียรภาพของอังกฤษหลังแยกตัวออกจาก EU แต่ตอนนี้ประชาชนเหล่านั้นคิดว่าเขาเป็นคนโกหก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระแสความไม่พอใจนายกรัฐมนตรีอังกฤษลุกลามเป็นวงกว้าง หลังจากสถานีโทรทัศน์ ITV News รายงานว่า นายจอห์นสันและนางแคร์รี่ คู่สมรส รวมกลุ่มอยู่กับเจ้าหน้าที่ประมาณ 40 คนในสวนที่บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิงสตรีท

3

มณฑลควิเบกซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของแคนาดาเตรียมออกมาตรการบังคับให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ที่ไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ต้องจ่ายเงินสมทบด้านสุขภาพ ซึ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงระหว่างสิทธิส่วนบุคคลและความรับผิดชอบต่อสังคม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มณฑลควิเบกเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโควิด-19 มากที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันยังคงทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคลากรทางการแพทย์หลายพันคน

นายฟรองซัว เลอโกลต์ ผู้ว่าการมณฑลควิเบกแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ข้อเสนอดังกล่าวยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเพื่อหาข้อสรุป ซึ่งจะไม่บังคับใช้กับผู้ที่ไม่อาจฉีดวัคซีนได้ด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ

นายเลอโกลต์กล่าวว่า ผู้ที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนสร้างภาระทางการเงินให้กับผู้อื่น โดยสำนักงานคลังของมณฑลกำลังพิจารณากำหนดวงเงินก้อนใหญ่ ซึ่งผู้อยู่อาศัยที่ไม่ฉีดวัคซีนจะต้องจ่าย โดยเงินดังกล่าวจะไม่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์แคนาดา (79.50 ดอลลาร์สหรัฐ)

ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกได้ออกมาตรการจำกัดการเดินทางสำหรับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน โดยมีเพียงไม่กี่ประเทศที่สั่งปรับผู้สูงอายุ อย่างไรก็ดี การเก็บภาษีแบบเหวี่ยงแหจากผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนอาจเรียกได้ว่าเป็นมาตรการที่ไม่ค่อยได้พบและก่อให้เกิดข้อถกเถียง

ทางด้านศาสตราจารย์แคโรลีน เอลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ กล่าวว่า แม้การเก็บภาษีดังกล่าวอาจมีเหตุผลในภาวะเร่งด่วนด้านสุขภาพ แต่จะผลักดันสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับรายละเอียด

ทั้งนี้ เชื้อไวรัสโอมิครอนที่แพร่กระจายได้รวดเร็วนั้นส่งผลให้การบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อสกัดการระบาดทำได้ยาก ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนสองโดสและเข็มกระตุ้นให้ครบ

4

เจ้าหน้าที่กรุงโตเกียวคาดการณ์ว่าตัวเลขค่าเฉลี่ย 7 วันของยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จะพุ่งแตะระดับ 9,576 รายต่อวันภายในเวลา 1 สัปดาห์ หากจำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราปัจจุบัน ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกที่ 6 ของกรุงโตเกียว

ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังจากกรุงโตเกียวรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 3,124 รายในวันนี้ โดยมากกว่า 3,000 รายเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 เดือน

ข้อมูลของกรุงโตเกียวระบุว่า อัตราผู้ป่วยโควิด-19 ที่นอนเตียงในโรงพยาบาลอยู่ที่ 13.7% เมื่อวานนี้

นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว กล่าวว่า จะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศภาวะกึ่งฉุกเฉินในกรุงโตเกียว หากอัตราดังกล่าวพุ่งแตะระดับ 20% และจะประกาศภาวะฉุกเฉิน หากแตะระดับ 50%

นอกจากนี้ กรุงโตเกียวยังได้ยกระดับการเตือนภัยไวรัสโควิด-19 สู่ระดับสูงสุดเป็นอันดับ 2 จากทั้งหมด 4 ระดับ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงขึ้นจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน

5
เครื่องรีดพลาสติก หรือ เครื่องรีดท่อพีวีซี

เครื่องรีดพลาสติก ถูกออกแบบมาให้ดูมีความสวยงาม ง่ายต่อการใช้งานและฟังค์ชั่นไม่ซับซ้อนทั้งตัวแผงควบคุมเครื่องจักร, การปรับน้ำร้อนน้ำเย็น, การตั้งไฟตรงหัวเครื่องจักร และ วงจรไฟของเครื่องจักร ถูกออกแบบและคิดค้นมาให้ดูง่ายต่อการควบคุม รวมถึงโมลของชิ้นงานที่ติดมากับเครื่องนั่นก็ถูกคิดค้นให้ง่ายต่อการติดตั้งด้วยเช่นกัน โมลที่ติดไปกับเครื่องนั้นขึ้นอยู่กับแบบที่ลูกค้าสั่ง การผลิตท่อน้ำพีวีซี นั่นมีหลายขนาดขึ้นอยู่กับว่าทางลูกค้าต้องการให้ชิ้นงานมีขนาดเท่าไหร่ ขนาดของเครื่องจักรจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับขนาดของสินค้าที่ลูกค้าต้องการ เครื่องรีดพลาสติก หรือ เครื่องผลิตชิ้นงานพลาสติก ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Extrution Machine เป็นเครื่องที่ใช้สำหรับการผลิตชิ้นงานที่เป็นเส้น ขอเน้นย้ำตรงนี้เลยว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเส้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ชิ้นงานโปรไฟล์ที่ติดตั้งหรือตกแต่งบ้าน บัวเชิงผนัง วงกบประตู เซี้ยม หรือแม้กระทั้งผลิตภัณฑ์ที่เอาไว้สำหรับตกแต่งภายนอก ท่อรางแอร์ ท่อพีวีซี ท่อฟ้า ท่อเหลือง ท่อดำ ท่อน้ำดื่มต่างๆ เป็นต้น

Line : Lakkana99 , 0812079977
เบอร์ติดต่อ : 081-6428557 (คุณสมนึก) , 081-6428556 (คุณลักขณา)
เรียบเรียงบทความโดย : https://www.cctgroup.co.th  เครื่องอัดรีดพลาสติก

6

ตลาดหุ้นไทยต้นภาคบ่ายปรับตัวขึ้นมากกว่า 10 จุดสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) รับบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกรับถ้อยแถลงนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

เมื่อเวลา 15.06 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,677.28 จุด เพิ่มขึ้น 10.16 จุด (+0.61%)

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.21 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,679.79 จุด เพิ่มขึ้น 12.67 จุด (+0.76%)

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้มาก คาดว่าจะมาจากเงินทุนจากต่างประเทศ (Fund Flow) ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยเห็นว่าหุ้น Big Cap ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะหุ้น GULF ปรับขึ้นค่อนข้างแรง ช่วยหนุนดัชนีได้ราว 2 จุด เนื่องจากตลาดมี sentiment เชิงบวก นักลงทุนคลายกังวลหลังประธานเฟดมีถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อคืน

อย่างไรก็ตาม คืนนี้ต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ หากออกมาสูงกว่าตลาดคาด ก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นวันพรุ่งนี้ผันผวน โดยให้แนวรับที่ 1,660, 1,670 จุด แนวต้านที่ 1,680 จุด แนวต้านถัดไป 1,700 จุด

7
เครื่องวัดมวลกล้ามเนื้อ เครื่องวัดมวลกล้ามเนื้อ รหัส GS7.0 หรือ เครื่องวัดมวลร่างกาย อุปกรณ์วิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ใช้การวัดที่แม่นยำของตัวควบคุมไมโครคอมพิวเตอร์ AVR(Automatic Voltage Regulator) โดยใช้วิธีสถิติใหม่ DXA วิเคราะห์องค์ประกอบของมนุษย์: BMI น้ำหนักไขมัน (ดัชนีมวลกาย) ตัวบ่งชี้สุขภาพที่ไม่ใช่ไขมัน ผ่านการวิเคราะห์อิมพีแดนซ์ทางชีวภาพแบบหลายความถี่ ละลาย (MFBIA) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพของร่ายกายของมนุษย์

สนใจสอบถามข้อมูล ทางนี้เลย
Facebook : CCT Fitness นำเข้าเครื่องออกกำลังกาย
Tel: 089-750-7380
สนใจชมตัวอย่างสินค้า >> https://goo.gl/maps/RBNaNTLmk8LD3T2A8 

8

สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือ แอสตัน วิลล่า จัดหนัก ได้ ลูก้าส์ ดีญ มาเสริมทัพต่อจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เรียบร้อย
    แอสตัน วิลล่า ประกาศยืนยันคว้าตัว ลูก้าส์ ดีญ แบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศส มาจาก เอฟเวอร์ตัน คู่แข่งร่วมศึก พรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา 

    ดีญ ที่เคยเล่นให้ทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, โรม่า และ บาร์เซโลน่า ย้ายมาอยู่กับ "สิงห์ผงาด" ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,125 ล้านบาท) และเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปีครึ่ง

    แบ็กซ้ายวัย 28 ปี ต้องกลายเป็นแข้งส่วนเกินของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" หลังจากไปมีปัญหาส่วนตัวกับ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสแปนิช จนทำให้เจ้าตัวถูกตัดชื่อออกจากทีม

    ดีญ เป็นนักเตะรายที่สองที่ วิลล่า ดึงมาเสริมทัพหน้าหนาวต่อจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียน ที่ยืมตัวมาจาก บาร์เซโลน่า จนจบฤดูกาลนี้ พร้อมออปชั่นซื้อขาดในราคา 33 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,485 ล้านบาท) 

    ขณะที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า กล่าวถึงลูกทีมคนใหม่ว่า "ตอนที่ ลูก้า พร้อมย้ายทีม พวกเราก็กระโดดเข้าร่วมโอกาสดึงเขามาอยู่กับสโมสรทันที"

    "การได้เซ็นสัญญากับนักเตะชั้นดี และมีคุณภาพในเดือนมกราคมเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของเรา การเข้ามาของเขาสร้างความตื่นเต้นให้ผม และทุกคนที่ แอสตัน วิลล่า" เจอร์ราร์ด ทิ้งท้าย

9
ASP มอง SET Q1/65 ขึ้นต่อ เป้าทั้งปีเหนือ 1,800 แนะหุ้นกำไรเด่น-ปันผลสูง-ชิป

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ในปี 65 ตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางขาขึ้น ประเมินภาพรวมการลงทุนในช่วงไตรมาส 1/65 ตลาดหุ้นไทยยังปรับขึ้นต่อ โดยมีปัจจัยหนุนมาจาก

1. มี Valuation ในเชิงเปรียบเทียบที่น่าสนใจ คือ ตลาดหุ้นไทยมี Forward Market Earning Yield Gap 2565F อยู่ที่ 4.4% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 3.9% และสูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มี Forward Market Earning Yield Gap 2565F จะลดลงเหลือ 3.7% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต) ภายใต้คาดการณ์การปรับดอกเบี้ยขึ้น 3 ครั้ง

2. สภาพคล่องในประเทศยังเป็นปัจจัยหนุน คาดอัตราดอกเบี้ยไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.5% ไปตลอดปี และเงินฝากออมทรัพย์และฝากประจำในระบบ รวมกันล่าสุดอยู่ที่ 16.4 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นปัจจัยหนุน

3. คาดกำไรบริษัทจดทะเบียนไทย (EPS Growth) ในปี 65 อยู่ที่ 9.4 แสนล้านบาท หรืออยู่ที่ 81.8 บาทต่อหุ้น หรือคาดเติบโต 11.2% สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ คาดเติบโต 6% ซึ่งจะเป็นปัจจัยดึงดูดฟันด์โฟลว์

4. คาดการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 65 อยู่ที่ 3.5% เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 1% ในปี 64

ด้านนายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย ASP กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 65 ตลาดหุ้นไทยอาจมีแรงกดดันช่วงสั้นๆ จากแรงขายกองทุน LTF ของปี 59 ที่ครบกำหนดไถ่ถอนราว 1.6-1.7 หมื่นล้านบาทในเดือนแรกของปี 65 จากเม็ดเงินซื้อสะสมตามมูลค่าตลาด 6.38 หมื่นล้านบาท โดยมีต้นทุนเชิงเปรียบเทียบอยู่ที่ 1,504 จุด

ในขณะเดียวกัน มีแรงพยุงจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ที่เริ่มเห็นโมเมนตัมไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้นในเดือน ธ.ค. 64 ราว 2.3 หมื่นล้านบาท และเริ่มเห็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องในเดือน ม.ค. 65 ประกอบกับกระแสการปรับลดวงเงิน QE และปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบการเงินหดหายไป

สำหรับกรอบดัชนีเป้าหมายปี 65 ที่ 1,810-1,860 จุด ภายใต้ระดับค่าเฉลี่ยของ Market Earning Yield Gap ที่ 3.9% .ด์ยีลด์อายุ 1 ปี อยู่ในช่วง 0.5%-0.62% โดยอิงตามกรอบ.ด์ยีลด์ 1 ปี

ทั้งนี้ ประเมินว่าเป็นโอกาสดีในการเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง เวลาที่ย่อตัวลงมา โดยกลยุทธ์จึงเน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดี และที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตเด่นในปีนี้ เช่น STEC, IVL, SMT รวมถึงหุ้นปันผลเด่นที่ซึ่งจะมีเกราะป้องกันจากอัตราดอกเบี้ย ได้แก่ AP, TISCO (จ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง) และ SCC, ADVANC (จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง)

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย ASP กล่าวถึงปัจจัยที่ยังกดดันตลาดหุ้น คือ ผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิดโอมิครอนหลังผู้ติดเชื้อในประเทศสูงขึ้น แต่เชื่อว่าผลกระทบจะจำกัด เนื่องจากเชื่อว่าภาครัฐจะไม่กลับไปล็อกดาวน์แบบเข้มงวดเหมือนในปี 63-64 เนื่องจากสถานการณ์ปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต ทั้งอัตราการฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 ที่สูงราว 70% และท่าทีของรัฐบาลทั่วโลกที่ไม่จำกัดกิจกรรมเศรษฐกิจเข้มงวด แต่เลือกจะจำกัดในบางพื้นที่ โดยรวมเชื่อว่าจะไม่เปิดดาวน์ไซต์ต่อคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยปี 65 และคาดการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 65 อย่างมีนัย

"ASP มองว่า GDP ของเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ 3.5% โดยการฟื้นตัวจะมาจากการลงทุนเป็นหลัก ส่วนโอมิครอนคงไม่กระทบต่อ GDP เนื่องจากการระบาดในระลอกนี้ ยังไม่เห็นท่าทีของรัฐบาลว่าจะมีการล็อกดาวน์ ประกอบกับเริ่มฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง ดังนั้น ในไตรมาส 1/64 จึงคาดว่า GDP จะอยู่ที่ประมาณ 3.3% ขึ้นไป"
ทั้งนี้ ทิศทางของทั่วโลกต้องเผชิญกับการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น และปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าการแพร่ระบาดของโอมิครอน จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ดี มองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลกระทบให้ไทยต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยตามไปด้วย เนื่องจากเมื่อย้อนดูสถิติ ดอกเบี้ยไทยไม่ได้ปรับขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐฯ โดยมองว่าในปีนี้อัตราดอกเบี้ยไทยยังทรงตัวต่ำอยู่ที่ 0.5%

ด้าน น.ส.กฤตยภรณ์ ธาดาสีห์ หัวหน้าฝ่ายลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ ASP กล่าวถึงทิศทางการลงทุนในต่างประเทศว่า ชิปประมวลผล ถือเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญสำหรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เปรียบเสมือนสมองของอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ใดๆ ก็ตามตั้งแต่ มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เครือข่ายการสื่อสาร จนไปถึงยานยนต์ ล้วนจำเป็นต้องใช้ชิปในการประมวลผลในการดำเนินงานทั้งนั้น จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมชิปประมวลผลทั่วโลกมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

สำหรับปัจจัยสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตชิป ได้แก่ การปรับใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนของรัฐบาลทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนในภาคผู้ผลิต ให้สามารถผลิตรถยนต์ในราคาที่ต่ำลง และมีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนผู้บริโภคให้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัย คือ การเติบโตของธุรกิจ Data Center ซึ่งถูกผลักดันจากการปรับใช้ระบบ Cloud ในด้านของ Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning (ML) รวมถึงการฟื้นตัวของระบบที่จำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กร หลังจากองค์กรทั่วโลกจำเป็นต้องอัพเกรดระบบให้ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ Metaverse หรือโลกเสมือนจริง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมผลิตชิปเติบโตได้ เนื่องจากการใช้งานหลากหลายประเภทใน Metaverse เช่น เล่นเกม ทำงาน ระบบจำลองต่างๆ จำเป็นต้องใช้ชิปประมวลผลจำนวนมหาศาลเพื่อเชื่อมต่อ ภาพ เสียง การควบคุม และประสบการณ์ที่เสมือนจริง

ด้านดัชนีหุ้นกลุ่มผลิตชิปอย่าง Philadelphia Semiconductor ในช่วง 1 ปีย้อนหลังปรับตัวขึ้นกว่า 27.8% ขณะเดียวกันในเชิงของมูลค่าหุ้น Bloomberg Consensus คาดค่า PE คาดการณ์อีก 12 เดือนข้างหน้าของหุ้นกลุ่มนี้อยู่ที่เพียง 20 เท่า ขณะที่กำไรโตหุ้นขยายตัวที่ 37% ดังนั้น ทางเลือกในการลงทุนอุตสาหกรรมผลิตชิปต่างประเทศมีอยู่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักๆ อย่างสหรัฐฯ ยุโรป และไต้หวัน ผ่านหุ้นชั้นนำอย่าง Nvidia (NVDA US) ASML (ASML US, ASML NA) และ Taiwan Semiconductor (2330 TT, TSM US) หรือจะผ่านกองทุนรวม ETF อย่าง VanEck Vectors Semiconductor ETF (SMH US) ที่กระจายการลงทุนในหุ้นกลุ่มผลิตชิปจำนวน 25 ตัว

ด้านนายภาดร สุขสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การลงทุนและผลิตภัณฑ์ ASP มองว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 65 ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อจะยังทรงตัวในระดับที่สูง แม้ว่าปัจจุบันเฟดจะมีท่าทีที่เข้มงวดต่อการใช้มาตรการทางการเงินมากขึ้น ทั้งแนวโน้มการเร่งการลด QE และเร่งการขึ้นดอกเบี้ย และจะเป็นปัจจัยกดดันต่อผู้กำหนดนโยบายทั้งธนาคารกลาง และรัฐบาลสหรัฐฯ

ดังนั้น ทำให้ในระยะข้างหน้าการใช้จ่ายของภาครัฐ ในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องชะลอตัวลง รวมถึงการบริโภคของภาคเอกชนก็จะชะลอตัวลงตามจากสัดส่วนหนี้ที่อยู่ในระดับสูง จะส่งผลให้นักลงทุนต้องเจอกับความผันผวนในไตรมาสนี้

ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสแรกของปี 65 จึงมองไปที่การกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นในบางภูมิภาคที่ยังมี Valuation ที่ไม่ตึงตัวมาก และยังมีความน่าสนใจในการลงทุน เช่น ในตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่น รวมไปถึงตลาดหุ้นจีน ที่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นคาดว่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู

รวมไปถึงเลือกลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก หรือ Thematic ในกลุ่มของ REITs ไทยและสิงคโปร์ ที่ราคายัง laggard REITs ของสหรัฐฯ และยุโรป และกลุ่ม Semiconductor ที่จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ทั้ง 5G และกระแส Metaverse รวมถึงมาตรการสนับสนุนการใช้พลังงานและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาครัฐทั่วโลก ได้ส่งผลให้ความต้องการ Semiconductor ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญในอุปกรณ์ไฟฟ้าแทบจะทุกชนิด เร่งตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

10
SMD เผยดีมานด์ ATK ผ่านร้าน 7-11 พุ่งหลังโอมิครอนระบาดหนักหนุนรายได้ปีนี้

นายวิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซนต์เมด (SMD) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในปัจจุบัน สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เริ่มแพร่ระบาดในประเทศไทย ส่งผลทำให้ความต้องการชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 แบบเร่งด่วน (SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test) หรือ ATK เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ บริษัทได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 แบบเร่งด่วน หรือ ATK ในเดือนม.ค. 65 เข้ามาเพิ่มเติมอีกจำนวน 80 ล้านบาท คาดว่าจะส่งมอบให้ลูกค้าได้ทั้งหมดภายในเดือนม.ค.นี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 65 คาดว่าจะมีรายได้แตะ 1.8 พันล้านบาท โดยออเดอร์มากกว่าครึ่งสำหรับสินค้า ATK มาจาก CPALL เพื่อวางจัดจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-ELEVEN) ทั่วประเทศ ถือเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไปของ SMD ให้เพิ่มขึ้น และเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจ ATK ในราคาที่เหมาะสม

11

ศาสตราจารย์อียาล เลเชม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อประจำศูนย์การแพทย์ชีบาของประเทศอิสราเอล ได้กล่าวต่อสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีว่า ในการคาดการณ์ระยะยาวนั้นพบว่า การฉีดวัคซีน 2-3 เข็มเพียงพอต่อการป้องกันการป่วยหนักจากโรคโควิด-19 สำหรับประชาชนส่วนใหญ่
"เราอาจต้องปรับปรุงวัคซีนบูสเตอร์เป็นประจำทุกปี เพื่อปรับให้เข้ากับไวรัสกลายพันธุ์ที่ระบาดอย่างแพร่หลาย แต่เราอาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ หากไวรัสกลายพันธุ์ในอนาคตไม่รุนแรง เช่นเดียวกับโอมิครอน...โดยเป็นไปได้ว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2-3 เข็มและเผชิญการระบาดของโอมิครอนหรือการระบาดของไวรัสสายพันธุ์อื่น ๆ ที่มีความรุนแรงในระดับต่ำในอนาคต จะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนบูสเตอร์อีก" ศาสตราจารย์เลเชมกล่าว
ขณะที่นายอัลเบิร์ต บูร์ลา ซีอีโอของบริษัทไฟเซอร์ ให้สัมภาษณ์ในงานประชุมสุขภาพของเจพีมอร์แกนเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) ว่า วัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็มอาจป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ไม่ดี ตลอดจนประสิทธิภาพป้องกันการป่วยจนเข้าโรงพยาบาลก็ลดลงด้วย โดยควรฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของประชาชนต่อสายพันธุ์โอมิครอน

12
ปั้มน้ำแวคคั่ม ปั้มแวคคั่ม หรือ แวคคั่มน้ำ สำหรับโรงงานอุตสากรรม

ปั้มแวคคั่ม แวคคั่มน้ำ หรือ ปั้มน้ำ สำหรับโรงงานอุตสากรรม แวคคั่มปั้มใช้สำหรับเครื่องจักรอุตรสาหกรรมต่างๆ ในราคามาตราฐานและมีคุณภาพ
ยินดีรับคืนสินค้าถ้าไม่ได้คุณภาพ แวคคั่มน้ำ ปั้มแวคคั่ม เป็นเครื่องที่ทำหน้าที่ดึงอากาศออกจากระบบเครื่องทำความเย็นและไล่ความชื้นออกจากระบบ เพื่อให้เครื่องทำความเย็นทำงานได้อย่างดีและมีประสิทธภาพ การที่มีอากาศอยู่ในระบบ มีข้อเสีย หลายประการด้วยกัน เช่น จะทำให้ผลความเย็นของระบบไม่ดีเท่าที่ควร ลดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดการอุดตันความชื้น ภายในระบบ (ความชื้นกลายเป็นน้ำแข็งอุดรูเล็กๆ ปิดกั้นการไหลของสารทำความเย็น) และยังทำให้เกิดอันตรายกับชิ้นส่วนต่างๆของระบบอีกด้วย

ติดต่อ : 
Email : info@cctgroup.co.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0816428556-7
Line ID : Lakkana99
E-mail : https://www.cctgroup.co.th 

13
ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ระบุ มาร์คัส แรชฟอร์ด ควรจะขอคำแนะนำจาก อลัน เชียเรอร์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เอดินสัน คาวานี่ เพื่อที่จะได้กลับมามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยม โดยเตือน แรชฟอร์ด ว่าอย่าทำพลาดเหมือนตนเป็นอันขาดที่สมัยก่อนไม่ค่อยคุยกับเพื่อนร่วมทีมมากนัก

    ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตหัวหอกคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แนะนำ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า "ปีศาจแดง" ว่าควรจะไปคุยกับ อลัน เชียเรอร์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เอดินสัน คาวานี่ เพื่อขอคำแนะะนำที่จะทำให้เจ้าตัวคืนฟอร์มเก่งให้ได้

    แรชฟอร์ด กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มบู่อย่างหนักจากการที่ทำประตูไม่ได้มาแล้ว 11 นัดติดต่อกันในทุกรายการ โดยในเกม เอฟเอ คัพ นัดที่ต้นสังกัดของเขาเฉือนชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 นั้น เจ้าตัวมีจังหวะที่ควรจะทำประตูให้ได้ด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ด และมันก็ทำให้เขาโดนตำหนิหนักพอตัว

    เบอร์บาตอฟ เผยว่า "อลัน เชียเรอร์ เป็นหนึ่งในจอมทำประตูชาวอังกฤษที่เก่งที่สุดตลอดกาล เขาเป็นหนึ่งในไอดอลของผม บางทีเขาอาจจะให้คำแนะนำกัะบ แรชฟอร์ด ได้ว่าในสถานการณ์แบบนี้เขาพอจะทำอะไรได้บ้าง ยังไงซะเขาก็เป็นเจ้าของสถิติ (ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก) มาจนถึงทุกวันนี้ เขารู้ว่ามันต้องทำยังไงถึงจะทำประตูได้"

    "ทุกวันนี้พวกเขามีคนที่ยอดเยี่ยมอยู่ที่สโมสรหลายคนเหมือนกัน เขาควรจะคุยกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และขอคำแนะนำจากเขาสักหน่อย สมัยผมน่ะผมไม่ได้คุยกับเพื่อนร่วมทีมคนไหนเลยในตอนที่ผมฟอร์มแย่อย่างต่อเนื่อง ตอนนั้นผมเป็นคนขี้อายและค่อนข้างเก็บตัวเงียบๆ นั่นเป็นความผิดพลาดของผม"

    "ถ้าในทีมมีคนที่มีประสบการณ์สูง และเป็นคนดังของโลกฟุต. อย่างเช่น โรนัลโด้ แล้วล่ะก็ เขาก็ควรจะไปขอคำแนะนำจากเขา ผมมั่นใจว่าเขาจะให้เวลาและคำแนะนำที่ชาญฉลาดได้ เอดินสัน คาวานี่ เองก็ทำประตูได้ทุกที่ไม่ว่าจะเล่นอยู่กับทีมไหนก็ตาม เขาควรจะไปคุยกับเขาเช่นกัน เขาต้องไม่ทำพลาดแบบผม เขาต้องไปคุยกับเพื่อนร่วมทีม เพราะมันมีโอกาสที่คุณจะเล่นได้แย่ต่อไปเรื่อยๆ แรชฟอร์ด เป๊นคนที่มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม และเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมของ อังกฤษ อยู่แล้ว เขาเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ ยูไนเต็ด และทุกคนก็รู้ดีว่าเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม"
 

14
INET พุ่ง 12.16% โบรกฯมองเก็งกำไรจากราคาถูกกว่าในกลุ่ม-มีโอกาสโตจาก Data Center

ราคาหุ้น INET พุ่งขึ้น 12.16% หรือเพิ่มขึ้น 0.90 บาท มาที่ 8.30 บาท มูลค่าซื้อขาย 684.89 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.47 น. จากราคาเปิด 8.25 บาท ราคาขึ้นไปสูงสุดที่ 9.20 บาท ราคาต่ำสุด 7.80 บาท โดยเป็นการปรับขึ้นแรงเป็นวันที่สอง จากวานนี้ที่ราคาหุ้น INET ปรับตัวขึ้นอย่างมาก และปิดที่ 8.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.95 บาท (+12.84%)

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากการสอบถามผู้บริหาร บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) ไม่พบว่ามีพัฒนาการเชิงบวกที่ทำให้ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงวานี้ น่าจะเกิดจากการถูก Related PE ขึ้นจากปัจจุบันซื้อขาย 18 เท่า (อิงราคาปิด 7 ม.ค.) ต่ำสุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจใกล้เคียงกัน (ITEL 37 เท่า, SYMC 27 เท่า, PROEN 104 เท่า,INSET 24 เท่า) ทำให้มีแรงเก็งกำไรหุ้น INET ประกอบกับ บริษัทมีโอกาสเติบโตจากการให้บริการ Data Center ที่ขยับเข้าสู่ Hyperscale จากผู้ให้บริการ Data Center ระดับโลกมีแนวโน้มเข้ามาขยายการลงทุนในไทย

ส่วนการเติบโตจากการให้บริการ Data Center และ Clound Service มองว่าไม่ใช่ประเด็นใหม่ เพราะในปี 65 คาดว่า INET จะมีรายได้การให้บริการรวมเติบโต 20% ดีขึ้นจากปี 64 ที่คาดรายได้เติบโตเพียง 3%

ทั้งนี้ การขายทรัพย์สินเข้า INETREIT ทำให้คาดว่า ค่าใช้จ่ายการเงิน จะเพิ่มขึ้นกว่าการเติบโตของรายได้รวมซึ่งเกิดจากผลกระทบเต็มปี ของค่าใช้จ่ายการเงินจากหนี้สินสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16 ส่งผลให้ธุรกิจปกติในปี 65 คาดว่ามีกำไร 82 ล้านบาท ลดลง 27%จากกำไรปกติในปี 64 ที่ 112 ล้านบาท

ปรับคำแนะนำเป็น Reduce จากเดิม Buy คงเป้าหมายที่ 5.20 บาท เนื่องจากมองว่าราคาหุ้น INET ปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 65 ที่ 45 เท่า และมี downside ราว 30% จากราคาเป้าหมาย ประกอบกับไม่มีประเด็นบวกใหม่

15

อุปกรณ์ประเภทกล่องถูกนำมาใช้ประโยชน์กันอย่างคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะการเก็บสิ่งของต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ ทั้งประเภทของที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือของที่ต้องการจัดกลุ่มให้อยู่ในหมวดเดียวกัน เช่น ของเล่นลูก, เอกสารต่าง ๆ ฯลฯ ซึ่งการเลือกซื้อ “กล่องเก็บของ” สักใบไม่ใช่แค่ขนาด ดีไซน์ หรือสีสันที่สวยงามเท่านั้น แต่วัสดุที่นำมาผลิตก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และนี่คือ 5 วัสดุยอดนิยมที่พบเห็นบ่อยในการทำเป็นกล่องสำหรับเก็บของ พร้อมจุดเด่นน่าสนใจ

5 วัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำกล่องเก็บของ พร้อมจุดเด่น
1. พลาสติก
หากพูดถึงกล่องหรือลังพลาสติกก็ตาม อาจเรียกว่าเป็นวัสดุที่พบเห็นได้แทบทุกบ้าน จุดเด่นสำคัญคือ มีราคาถูก หาซื้อมาใช้งานง่าย น้ำหนักเบา เลือกดีไซน์ สีสันหลากหลายตามความชอบหรือตามจุดประสงค์ใช้งาน แต่อย่าลืมมองเรื่องการรับน้ำหนักและการบอบบาง แตกหักเสียหายง่ายด้วย

2. กระดาษ
มักนิยมทำจากกระดาษลังหรือกระดาษแข็งเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีความหนา มีชั้นวัสดุที่ทนทานในระดับหนึ่ง จุดเด่นของกล่องประเภทนี้คือ สามารถนำไปรีไซเคิล ลดการเกิดปัญหาโลกร้อน มีสีสัน ลวดลายสวยงาม บ่งบอกถึงความหรูหรา แต่ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องการรับน้ำหนัก การฉีกขาด และการโดนน้ำทำให้กล่องเสียหายง่ายด้วย

3. ไม้
ไม่ว่าจะเป็นไม้แท้หรือไม้เทียมก็นิยมนำมาทำเป็นกล่องอเนกประสงค์ จุดเด่นของการใช้ไม้คือมีความแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้เยอะมาก แถมยังให้ความคลาสสิก ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่อยู่ภายในได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องของปลวกที่นอกจากกัดกินไม้แล้วยังอาจกัดกินสิ่งของภายในได้ รวมถึงความชื้นที่ทำให้ไม้บวม เสียหาย และน้ำหนักที่มากกว่า
กล่องชนิดอื่น

4. พีวีซี
เป็นวัสดุที่เริ่มนำมาใช้ในการผลิตกล่องมากขึ้นเรื่อย ๆ ความพิเศษของพีวีซีคือ เป็นฉนวนกันไฟ ช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้าไปทำลายสิ่งของที่อยู่ภายใน รวมถึงยังทนการกัดกร่อน สารเคมี ไม่มีปัญหาแม้เจอน้ำ ความชื้น มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย แต่ส่วนมากมักไม่ค่อยดีไซน์ลวดลายใด ๆ มากนัก และราคาก็สูงใช้ได้เลย

5. สเตนเลส
ปิดท้ายกันด้วยกล่องที่เน้นความหรูหรา แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้ยาวนานมาก ไม่ต้องกลัวเรื่องสิ่งของด้านในเสียหาย แต่ทั้งนี้กล่องสเตนเลสมักมีน้ำหนักเยอะ ราคาสูง จึงมักใช้สำหรับการเก็บของสำคัญ หรือพวกอุปกรณ์ช่างที่ต้องการความปลอดภัยมากกว่า

แม้กล่องจะเป็นสิ่งของที่พบเห็นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าต้องเลือกซื้ออย่าลืมมองถึงประเภทของวัสดุให้เหมาะกับการนำไปใช้งานจริง เพื่อความคุ้มค่า ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่ แถมยังได้ประโยชน์ด้านอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย

หน้า: [1] 2 3 ... 43